screen technique

เทคนิคสกรีนต่างๆ

      หากเราต้องการที่จะทำเสื้อยืดสวยๆสักตัว มันก็คงจะเป็นเรื่องที่ดีที่เราจะทราบถึงวิธีการต่างๆในการทำเสื้อ เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าทำเทคนิคอะไร ถึงจะได้งานออกมาตามที่ตัวเราเองต้องการ ถ้าคิดถึงการผลิตเสื้อ 1 ตัวแล้ว ซึ่งสิ่งที่สำคัญรองลงมาจากการเย็บเสื้อขึ้นมา 1 ตัว ก็คือการพิมพ์ลายเสื้อ เพื่อทำให้เสื้อที่ออกแบบมา มีลวดลายที่สวยงาม ดึงดูดความสนใจ ใช้เป็นการโฆษณา หรือ สร้างความเป็นระเบียบภายในองค์กร หรือเสื้อฟอร์ม นั้นเอง ที่นี้เราจะมาดูกันว่า เราสามารสร้างลวดลายเสื้อผ้าต่างๆ ได้จากเทคนิคอะไรบ้าง แต่ละเทคนิคมีข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกันอย่างไร โดยเทคนิคการพิมพ์นั้น แยกออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ แบบ Traditional ( แบบดั้งเดิม ) และ แบบ Digital ก็คือ การทำด้วยมือ และการทำด้วยเครื่องจักรนั้นเอง

เทคนิคสกรีน แบบ Plastisol ( พลาสติซอล )

    เทคนิคแรกๆเลยที่เราจะพูดถึง คือเทคนิคสกรีนแบบ พลาสติซอล เพราะเป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยความที่เป็น ประเภท Traditional ที่มีมานานแล้ว แต่ก็ยังเป็นที่นิยมอยู่จนถึงปัจจุบัน โดยเริ่มจากการแยกสีของลายเสื้อที่จะทำ แยกออกเป็นสีๆเพื่อทำบล็อคให้ครบทุกสี เมื่อเราทำบล็อคเสร็จ เราจะนำมาทาบลงบนผ้าแล้วค่อยๆรีดสีทีละสีลงบนตัวผ้า เท่านี้ก็ออกมาเป็นเสื้อสวยๆ 1 ตัวให้เราได้เชยชมแล้ว โดยการทำนั้นมีเทคนิคแยกย่อยออกมาอีก เช่น การสกรีนสีนูน การสกรีนสีดึง การสกรีนกำมะหยี่ ซึ่งก็แล้วแต่ความชอบก็แต่ละคนเลยครับ

ข้อดี
-     สีออกมาดูสด และนูนดูโดดเด่น
-     ลายติดนาน คงทน
-     สามารถเลือกสีได้ตาม Pantone มาตรฐาน
-     ราคาถูกเมื่อสั่งทำจำนวนมากๆ

ข้อเสีย
-     การไล่สีอาจจะทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร
-     ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนสีที่ใช้

เทคนิคสกรีน แบบ Digital ( ดิจิตอล )

    เทคนิคต่อมาคือ เทคนิคการพิมพ์ แบบ Digital เป็นการพิมพ์ชิ้นงาน โดยการใช้เครื่องพิมพ์ในการพิมพ์งาน สะดวก รวดเร็ว เทคนิคนี้เหมาะกับงานที่มีจำนวนน้อย เวลาในการผลิตน้อย ได้รับงานเร็ว ไม่จำเป็นต้องขึ้นบล็อค มีแค่ไฟล์ภาพที่จะทำ เพืยงแค่นี้ก็สั่งทำได้แล้ว

ข้อดี
-     ทำภาพเหมือนได้คมชัด
-     ไม่มีข้อจำกัดในการใช้สีในงาน
-     ระบายอากาศได้ดี สัมผัสแล้วเนียนไปกับตัวผ้า
-     พิมพ์ได้รวดเร็ว

ข้อเสีย
-    ลายพิมพ์จะซีดไปตามกาลเวลา
-     ไม่สามารถเลือกสีตาม Pantone ได้
-     มีโอกาสสีเพี้ยนได้

เทคนิคสกรีน แบบ Flex ( เฟล็กซ์ )

    เป็นเทคนิคการพิมพ์เสื้อโดยการปริ้นท์ลายบนสติ๊กเกอร์ก่อน จากนั้นนำไปรีดความร้อนลงบนเสื้อเพื่อให้ยึดติด อย่างไรก็ตาม ลายที่ได้ออกมาจะเป็นลายที่มีความคมชัดสูง แต่ไม่ระบายอากาศ และหลุดง่าย เทคนิคนี้จึงมักนำมาใช้ในงานเสื้อกิจกรรม หรือเสื้อแจกตามงานอีเว้นต่างๆ

ข้อดี
-     ลายสีสด ชัดเจน
-     ไม่มีขั้นต่ำในการผลิต
-     ราคาถูก
-     พิมพ์ได้เร็ว

ข้อเสีย
-     ไม่ระบายอากาศ
-     สัมผัสแล้วรู้สึกเหมือนกระดาษ
-     ลอกง่ายหลังซัก
-     พื้นที่ที่สามารถพิมพ์ได้ขึ้นอยู่กับขนาดสติ๊กเกอร์
-     ราคาถูกถ้าทำจำนวนเยอะ

เทคนิคสกรีน แบบ Sublimation ( งานซับ )

    เทคนิค Sublimation หรือเรียกกันบ่อยๆ ว่า งานซับ เป็นเทคนิคการพิมพ์แบบ digital ซับลิเมชั่นเป็นการพิมพ์ที่ลายสวยสด สีชัด และไม่มีทางซีดลง ไม่ว่าจะซักกี่ครั้งก็ตาม อีกทั้งยังเป็นเทคนิคที่ไม่มีขั้นต่ำและราคาไม่สูงมากนัก เทคนิคการพิมพ์ sublimation นิยมใช้กับเสื้อกีฬา เสื้อวิ่ง ชุดแฟชั่น เดรสแฟชั่น

ข้อดี
-     สีสด ชัดเจน สามารถไล่สีได้
-     สีไม่ซีดลงหลังซัก
-     ไม่มีขั้นต่ำในการผลิต
-     สามารถพิมพ์เป็นทั้งผ้าชิ้น และผ้าหลาได้

ข้อเสีย
-     ราคาสูงเมื่อเทียบกับสกรีน

embroider technique

เทคนิคงานปัก

เทคนิคงานปัก

    อีกเทคนิค ที่ทำให้สร้างสรรค์ผลงานออกมาได้สวยงาม นอกจากงานสกรีน ก็คือ เทคนิคงานปัก ซึ่งเป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมไม่แพ้เทคนิคสกรีน ซึ่งงานที่ออกมา มีความแน่น ทนทานมากกว่างานสกรีน แน่นอนแต่สีที่ผลิตจะมีข้อจำกัด เพราะต้องใช้เส้นด้ายในการทำลายออกมา 1 ลาย สีจึงขึ้นอยู่กับเส้นด้าย เลยมีข้อจำกัด เทคนิคนี้เหมาะกับ งานเสื้อโปโล